ใครจะไปคิดว่าจากการนั่งจ้องจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในห้องนอนเมื่อสามสิบปีก่อนจะนำพามาสู่การเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสันและจินตนาการไร้ขอบเขตอย่างทุกวันนี้ เว็บตรง วงการเกมได้เปลี่ยนแปลงไปมากกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ และหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการที่ผู้เล่นไม่ได้เป็นเพียงผู้รับชมอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง ตั้งแต่ยุคที่ Console games ครองเมืองด้วยเครื่องเล่นที่เชื่อมต่อกับโทรทัศน์เครื่องใหญ่ในบ้าน ไปจนถึงยุคที่ Pc gaming เปิดประตูให้ผู้เล่นได้ปรับแต่งทุกรายละเอียด ทั้งเฟรมเรตและความละเอียดของภาพ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราตระหนักว่าเกมไม่ได้มีไว้เล่นอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่เราสามารถแสดงตัวตนและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ ในขณะที่ Mobile Games ก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของคนที่ไม่มีเวลานั่งเล่นนานๆ เพราะเราแค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็สามารถดำดิ่งสู่โลกแห่งการผจญภัยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นระหว่างรอรถเมล์หรือช่วงพักกลางวัน
สิ่งที่น่าสนใจคือการที่เกมแต่ละประเภทมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เกมแนว Battle Royale ที่เคยเป็นเพียงกระแสชั่วคราวกลับกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ผู้เล่นหลายสิบล้านคนพร้อมใจกันกระโดดลงสู่สนามรบพร้อมกันทุกวัน ความตื่นเต้นของการเป็นคนสุดท้ายที่รอดชีวิตและเสียงหัวเราะเมื่อพลาดท่าตกหน้าผาเป็นเสน่ห์ที่ยากจะหาสิ่งใดมาเทียบ ในทางกลับกัน Strategy Games กลับเป็นเหมือนการฝึกสมองชั้นเลิศที่ต้องคิดหลายขั้นตอน วางแผนการใช้ทรัพยากร และคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ ซึ่งต้องใช้สมาธิและความอดทนไม่น้อย แต่มันก็ให้ความรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อแผนที่คิดไว้สำเร็จลุล่วง ส่วน Sports games ก็เป็นอีกหนึ่งแนวที่ไม่เคยตกยุค เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนฟุตบอล บาสเกตบอล หรือเทนนิส คุณสามารถจำลองการแข่งขันจริงได้ด้วยการควบคุมนักกีฬาในเกม และนั่นคือเหตุผลที่หลายคนยกให้เกมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “Best games” ตลอดกาล เพราะมันมอบทั้งความสนุก ความท้าทาย และมิตรภาพจากผู้เล่นทั่วโลก
การมาถึงของ VR Games ได้ปฏิวัติวิธีที่เรา interact กับเกมไปอย่างสิ้นเชิง การใส่แว่นตาแล้วยกแขนขึ้นเพื่อป้องกันกระสุนหรือหันหน้ามองไปรอบๆ ในโลกเสมือนทำให้ความรู้สึกของการอยู่ภายในเกมเข้มข้นยิ่งขึ้น แม้ในตอนนี้ VR ยังคงเป็นของที่มีราคาสูงและต้องใช้พื้นที่ในการเล่นมาก แต่กลุ่มผู้เล่นที่ได้ลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีอะไรเทียบได้ และแน่นอนว่าอนาคตของ VR Games กำลังมุ่งไปสู่การทำให้อุปกรณ์เบาลง ราคาถูกลง และสามารถเชื่อมต่อกับ Console games และ Pc gaming ได้อย่างไร้รอยต่อ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจได้เห็นเกม open world ที่ผู้เล่นสามารถเดินสำรวจได้ด้วยเท้าของตัวเอง หรือแข่งขัน Battle Royale ที่ต้องวิ่งและหลบจริงๆ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการไปอย่างสิ้นเชิง
สำหรับผู้ที่ยังลังเลว่าจะเลือกเล่นเกมบนแพลตฟอร์มไหนดี สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจธรรมชาติของตัวเองก่อน ถ้าคุณชอบความสะดวกและเล่นได้ทุกที่ Mobile Games คือคำตอบที่ชัดเจน โดยเฉพาะเกมแนว Battle Royale และ Strategy Games ที่มีให้เลือกมากมายใน App Store หรือ Google Play หากคุณเป็นคนที่ชอบประสบการณ์เต็มรูปแบบทั้งภาพและเสียง PlayStation games ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เพราะมีเกม exclusive ที่เน้นการเล่าเรื่องและกราฟิกอลังการ ในขณะที่ Pc gaming ก็เหมาะกับคนที่ต้องการปรับแต่งทุกอย่างเองได้ ตั้งแต่การ์ดจอไปจนถึงคีย์บอร์ดเมาส์ และยังมีเกมแนว Sports games และ Strategy Games ที่ต้องการการควบคุมที่แม่นยำอีกด้วย สุดท้ายแล้ว “Best games” ไม่ได้หมายถึงเกมที่คนอื่นบอกว่าดี แต่คือเกมที่ทำให้คุณลืมเวลาและอยากกลับมาเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า